เปิดโลก e-Commerce(อีคอมเมิร์ซ)

เหตุผลที่ผู้ขายทั่วโลกเลือก ebay(อีเบย์)เป็นช่องทางในการขยายธุรกิจ

ภาพหน้า web ebay.com

 

 

 

 

  1. กำลังซื้อที่เพิ่มมากขึ้น: ผู้ขายสามารถเข้าถึงผู้ซื้อรายใหม่ๆกว่า100 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอเมริกา อังกฤษและยุโรป

  2. สินค้าขายได้ราคาสูงขึ้น: คุณจะสามารถขายสินค้าได้ราคาที่สูงขึ้น ในตลาดประเทศที่พัฒนาแล้ว

  3. ผลกำไรเพิ่มมากขึ้น: ลดต้นทุนลงให้ต่ำลง เนื่องจากไม่ต้องมีผู้ค้าคนกลาง

  4. ความต้องการที่ซื้อสูงขึ้น:ในปี 2552 สินค้าที่ขายบนอีเบย์มีมูลค่าสูงถึง 6หมื่นล้านเหรียญ

       5. ความโดดเด่นของสินค้าจากเอเชีย: สินค้าจากภูมิภาคเอเชียนี้ กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

      6. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเริ่มธุรกิจ: คุณสามารสมัครใช้บริการอีเบย์ได้ฟรี ซึ่งคุณจะมีค่าใช้จ่ายเพียง ค่าธรรมเนียมในการลงขาย และเมื่อขายสินค้าได้เท่านั้น

      7. เทคโนโลยีที่เชื่อถือได้: อีเบย์ เป็นตลาดการอีคอมเมิร์ซที่เปิดให้บริการ มามากกว่า 15 ปี

     8. แบ่งเป็นหมวดหมู่ชัดเจน: สินค้าบนอีเบย์จะเข้าถึงได้ง่าย เพราะมีการจัดแบ่งหมวดหมู่ที่ชัดเจนและใช้งานง่าย

อ้างอิงข้อมูลและรูปภาพจาก

www.export.ebay.co.th

www.ebay.com

eBay Seller Success Stories

Key Success 1.1

 

 

                  eBay Power Seller in Thailand

               eBay Power Seller in Hongkong

                eBay Power Seller in Singapore

                eBay Power Seller in Phillipines

สัมภาษณ์ธุรกิจ Sme ที่ประสบความสำเร็จจากการขยายตลาดสู่ระดับโลกผ่านเว็ปไซต์ อีเบย์

World in Hands.1

 

ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยต่างก็เพียรพยายามที่จะ “ดูดีที่สุด” ในแบบฉบับของตัวเอง โดยเฉพาะในค่ำคืนพิเศษที่ต้องการชุดราตรีสุดหรูสักชุด ลองนึกดูสิว่า… จะดีสักแค่ไหน ถ้าสามารถหาซื้อสุดเก๋ชนิดไม่ซ้ำใครได้ในราคาสบายกระเป๋า!

 


ไอเดียนี้เองที่จุดประกายให้ “วิทยา อัศวสุวรรณกูล” ผันตัวเองจากการซื้อ-ขายโมเดลญี่ปุ่น สู่ธุรกิจเสื้อผ้าแฟชั่นสตรี เจาะตลาดปาร์ตี้เดรสสำหรับสาวมั่น ส่งตรงถึงมือลูกค้าทั่วทุกมุมโลกเมื่อสั่งซื้อผ่านตลาดออนไลน์อีเบย์

เขา เล่าว่า ทำธุรกิจบนอีเบย์มานานราว 12 ปี จนกลายเป็นนักขายมือทองของอีเบย์ ซึ่งก้าวแรกเริ่มจากการซื้อโมเดลญี่ปุ่นจากมาบุญครองมาแปะขาย เพื่อสร้างรายได้เสริมระหว่างที่กำลังเรียนปริญญาตรี ณ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หลายปีต่อมา ได้ทดลองเปิดตลาดใหม่บนอีเบย์ ด้วยสินค้าที่แตกต่างออกไปจากเดิม โดยมุ่งทำตลาดสินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับและรองเท้า (Clothing, Shoes, and Accessories) และได้พบว่า เสื้อผ้าแฟชั่นสตรีเป็นตลาดที่มีมูลค่ามหาศาล และยังมีโอกาสอีกมากมายให้ไขว่คว้า หน้าเว็บไซต์

ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา จึงตัดสินใจดำเนินธุรกิจค้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีผ่านทางอีเบย์อย่างเต็มตัว โดยมีภรรยา รับหน้าที่เป็นคนคิดแบบ โดยนำประสบการณ์และสไตล์ต่างๆ ที่ชอบและคาดว่าน่าจะทำตลาดได้ มาออกแบบให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าของประเทศนั้นๆ ซึ่งร้านค้าอีเบย์ของเขาเรียกได้ว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ด้วยมีลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาเลือกซื้อ เลือกประมูลสินค้าดีไซน์เยี่ยม คุณภาพสูงด้วยฝีมือการตัดเย็บที่ปราณีต และยังจ่ายได้ในราคาประหยัด โดยเฉพาะสาวๆ แฟชั่นนิสต้าในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ยุโรป และรัสเซีย ล้วนเป็นลูกค้าประจำ
“ผมเริ่มจับธุรกิจอีเบย์ครั้งแรกในฐานะงานอดิเรกที่ช่วยสร้างรายได้เสริมระหว่างเรียน เพราะตอนนั้นผมทำงานพาร์ทไทม์เป็นเซลส์ขายกาวอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กันด้วย ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เรียนจบ ผมก็ได้สะสมประสบการณ์ ทั้งทางด้านระบบและเทคนิคการขายบนอีเบย์มามากพอสมควรจนได้เป็นนักขายมือทอง (Power Seller) หลังจากนั้น ผมจึงเริ่มทดลองขายสินค้าที่มีสัดส่วนกำไรสูงขึ้น เช่น เสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับผู้หญิง เพราะเห็นว่ายังมีสินค้าอีกหลายประเภทที่มีศักยภาพในการทำกำไรสูงๆ บนตลาดออนไลน์อีเบย์”วิทยา เล่าที่มาที่ไปในการทำธุรกิจอีเบย์
และเมื่อการค้าขายผ่านอีเบย์เริ่มสร้างฐานรายได้ที่สม่ำเสมอ ตัดสินใจเดินหน้าเต็มสูบเพื่อขยายตลาด ด้วยกลยุทธ์ “น้ำขึ้นให้รีบตัก” โดยก่อตั้ง บริษัท อัศวสุวรรณกูล อินดรัสเตรียล จำกัด ขึ้น เพื่อรองรับธุรกิจที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งการดำเนินธุรกิจอีเบย์ในรูปของบริษัทนั้นเอื้อต่อการจัดหาทีมงานเสริม ทั้งยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการกระจายหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ซึ่งช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วัสดุผ้า “แต่เดิม ผมจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการตลาดบนอีเบย์ทั้งหมด ขณะที่ภรรยาของผมช่วยได้มากในเรื่องการออกแบบสินค้าที่สวยงามในสไตล์ต่างๆ ที่ดึงดูดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ส่วนทีมช่างตัดเย็บที่ผลิตสินค้าให้กับผมก็เป็นช่างฝีมือชั้นสูง แม้ว่าผมจะทำงานแข่งกับเวลา แต่ลำพังผมเพียงคนเดียวนั้นก็ไม่สามารถรองรับตลาดที่กำลังเฟื่องสุดๆ ได้ ผมจึงตัดสินใจตั้งบริษัทขึ้น จ้างทีมงานเพิ่มเติม และดำเนินธุรกิจอีเบย์ในรูปของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าการทำงานจะไม่สะดุดและเราจะสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งทุกวันนี้ เรามียอดขายสูงถึงเดือนละประมาณ 400 ชิ้น โดยมีทีมงานคอยดูแลสินค้าที่แปะขายอยู่บนเว็บไซต์อีเบย์ประเทศต่างๆ เฉลี่ยวันละราว 200 ชิ้น เพื่อให้ครอบคลุมตลาดใหญ่ๆ ได้ครบ” วิทยา เล่า ตัดเย็บแบบ แฮนด์เมด (Hand Made) ครั้งละตัว

ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท อัศวสุวรรณกูล อินดรัสเตรียล จำกัด หน้าที่หลัก คือ การดูแลภาพรวมของการดำเนินธุรกิจทั้งหมด นับตั้งแต่การผลิต เรื่อยไปจนถึงการตลาดและลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้าเป็นอย่างมาก ด้วยเชื่อว่าเป็นจุดเด่นที่ “มัดใจ” ลูกค้าให้กลับมาซื้ออีกในคราวต่อๆ ไป

วิทยา เชื่อว่าการให้บริการด้วยความเต็มใจ และ “เต็มที่” ให้กับลูกค้า จะสร้างความประทับใจได้ดีที่สุด และดึงดูดลูกค้าให้กลับมาซื้อสินค้าอีก ด้วยความที่สินค้า คือ เดรสทั้งแบบยาวและแบบสั้นซึ่งเป็นงานฝีมือแฮนด์เมด ตัดเย็บกันทีละชิ้น จึงมีลูกค้าหลายคนที่ต้องการให้แก้ไขชุดให้พอดีตัว หรือสั่งตัดพิเศษ ถ่ายรูปโชว์เสื้อ สำหรับนำไปขึ้นเว็บไซต์

“หลายครั้ง เคยมีลูกค้าที่ต้องการให้เราตัดชุดสำหรับเพื่อนเจ้าสาวให้ ซึ่งจะใช้เนื้อผ้าที่มีโทนสีและลวดลายเดียวกัน แต่อาจจะตัดเย็บออกมาเป็นหลายๆ แบบ ซึ่งก็ต้องเป็นคนละไซส์กัน บางทีลูกค้าก็ต้องการคำปรึกษาว่าแบบไหน สไตล์ไหน ที่จะเข้ากับรูปร่างของเขามากที่สุด ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การรับงานทำนองนี้ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ช่วยให้เรามีลูกค้าเพิ่มพร้อมกันหลายๆ คนในคราวเดียว เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกค้าเหล่านี้ก็จะกลับมาสั่งซื้อสินค้ากับเราใหม่ เมื่อเขาต้องการเดรสเก๋ๆ สำหรับใส่ไปงานสำคัญ”

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการให้บริการลูกค้า คือความใส่ใจในรายละเอียด เนื่องจากลูกค้ากว่าครึ่งนั้นเป็นลูกค้าประจำที่นิยมสั่งซื้อสินค้าเมื่อเข้าใกล้ช่วงเทศกาล หรือช่วงที่จะมีงานสำคัญต่างๆ จึงเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าไว้ทั้งหมด เพื่อช่วยให้ สามารถตัดเย็บเสื้อผ้าทุกชิ้นออกมาได้อย่างเหมาะเจาะพอดีกับตัวลูกค้ามากขึ้น ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจอย่างมากในบริการที่เราตั้งใจมอบให้อย่างสุดฝีมือ

“นับตั้งแต่การก่อตั้งบริษัทในปี 2549 เรายังคงมุ่งเน้นที่การจำหน่ายสินค้าเฉพาะบนเว็บไซต์อีเบย์ในประเทศต่างๆ เท่านั้น ซึ่งอีเบย์นับว่าเป็นช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงมากสำหรับธุรกิจ SME ไทย โดยกลยุทธ์สำคัญ 2 ประการ ที่จะช่วยผลักดันการขยายฐานลูกค้าบนอีเบย์ให้กว้างขึ้น ก็คือ การจัดทำประกาศขายสินค้า (Listing) ที่สวยงาม ดึงดูดใจผู้พบเห็นให้เข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าอีเบย์ของคุณ และความสามารถในการปิดการขายให้สำเร็จเมื่อลูกค้าส่งเมล์มาสอบถามเกี่ยวกับสินค้า เพราะนั่นแสดงว่าลูกค้าเริ่มมีความสนใจในสินค้าของเราแล้ว” วิทยา สรุปทิ้งท้าย

อ้างอิงข้อมูลจาก: ผู้จัดการออนไลน์

ประเภทของ E-Commerce (อี-คอมเมิร์ซ)

World Ecommerce

 

 

E-Commerce (อี-คอมเมิร์ซ) แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

1. ผู้ประกอบการ กับ ผู้บริโภค (Business to Consumer – B2C)
คือการค้าระหว่างผู้ค้าโดยตรงถึงลูกค้าซึ่งก็คือผู้บริโภค เช่น การขายหนังสือ ขายวีดีโอ ขายซีดีเพลงเป็นต้น

2. ผู้ประกอบการ กับ ผู้ประกอบการ (Business to Business – B2B) คือการค้าระหว่างผู้ค้ากับลูกค้าเช่นกัน แต่ในที่นี้ลูกค้าจะเป็นในรูปแบบของผู้ประกอบการ ในที่นี้จะครอบคลุมถึงเรื่อง การขายส่ง การทำการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบห่วงโซ่การผลิต (Supply Chain Management) เป็นต้น ซึ่งจะมีความซับซ้อนในระดับต่างๆกันไป

3. ผู้บริโภค กับ ผู้บริโภค (Consumer to Consumer – C2C) คือการติดต่อระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคนั้น มีหลายรูปแบบและวัตถุประสงค์ เช่นเพื่อการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสาร ในกลุ่มคนที่มีการบริโภคเหมือนกัน หรืออาจจะทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันเอง ขายของมือสองเป็นต้น

4. ผู้ประกอบการ กับ ภาครัฐ (Business to Government – B2G)
คือการประกอบธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ ที่ใช้กันมากก็คือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ หรือที่เรียกว่า e-Government Procurement ในประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว รัฐบาลจะทำการซื้อ/จัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นส่วนใหญ่เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย เช่นการประกาศจัดจ้างของภาครัฐในเว็บไซต์ www.mahadthai.com

5. ภาครัฐ กับ ประชาชน (Government to Consumer -G2C)
ในที่นี้คงไม่ใช่วัตถุประสงค์เพื่อการค้า แต่จะเป็นเรื่องการบริการของภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งปัจจุบันในประเทศไทยเองก็มีให้บริการแล้วหลายหน่วยงาน เช่นการคำนวณและเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต, การให้บริการข้อมูลประชาชนผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นต้น เช่นข้อมูลการติดต่อการทำทะเบียนต่างๆของกระทรวงมหาดไทย ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้างในการทำเรื่องนั้นๆ และสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มบางอย่างจากบนเว็บไซต์ได้ด้วย

อ้างอิงจาก http://www.thaiecommerce.org

อี-คอมเมิร์ซ (e-commerce) คืออะไร

logo ecommerce 1.2

E-Commerce  (อี-คอมเมิร์ซ) 

หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การทำธุรกรรมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในทุกๆ ช่องทางที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เช่น การซื้อขายสินค้าและบริการ การโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์, โทรทัศน์, วิทยุ, หรือแม้แต่อินเทอร์เน็ต เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร โดยการลดบทบาทของความสำคัญขององค์ประกอบทางธุรกิจลง เช่น ที่ตั้ง อาคาร สถานประกอบการของกิจการ โกดังเก็บสินค้า ห้องแสดงสินค้า รวมถึงพนักงานขาย พนักงานแนะนำสินค้า พนักงานต้อนรับลูกค้าเป็นต้น ดังนั้นจึงลดข้อจำกัดของระยะทาง เวลา และค่าใช้จ่าย ในการทำธุรกรรมลงได้

ตัวอย่างเช่น นายสมหวัง เปิดร้านขายสินค้า OTOP (โอท็อป) ผ่าน ทางอินเทอร์เน็ต ทำให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ สามารถเข้ามาดูตัวอย่างสินค้า และติดต่อซื้อขายกันได้ โดยผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรคมนาคม ระบบคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต ทำให้การสื่อสารกันเป็นไปได้โดยง่าย และสามารถเข้าถึงผู้ใช้บริการได้หลายระดับ อีกทั้งยังสามารถโต้ตอบกันได้ทันที ทำให้สามารถเสนอธุรกรรมที่หลากหลาย เช่น การชื้อขาย การบริการหลังการขาย การโอนเงินชำระค่าบริการสินค้า การขนส่งสินค้า เป็นต้น โดยมีกฎหมายธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาคุ้มครองเรื่องความปลอดภัย

 

อ้างอิงจาก http://support.tarad.com/help/919

ทำความรู้จักกับ PayPal(เพย์พาล)

Paypal

PayPal(เพย์พาล) ก็คือ ธนาคารแห่งหนึ่ง เพียงแต่อยู่ในรูปแบบออนไลน์หรือเรียกว่าเป็นธนาคารในโลก อินเตอร์เน็ต PayPal(เพย์พาล) ช่วยให้การรับเงินและชำระเงินออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยจากทั่วทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือ ธุรกิจ PayPal(เพย์พาล) ทำงานร่วมกับ eBay(อีเบย์) โดยเราต้องเปิดบัญชี PayPal(เพย์พาล) ไว้เพื่อใช้จ่ายเงินค่าสินค้าเวลาซื้อหรือประมูลสินค้าได้จาก eBay(อีเบย์) และไว้จ่ายค่าลงขายสินค้าบนเว็บไซต์ eBay(อีเบย์) โดย PayPal(เพย์พาล) จะตัดเงินผ่านบัตรเครดิตของเราที่เราใส่ไว้ตอนลงทะเบียน และหากมีเงินเข้ามาที่บัญชี PayPal(เพย์พาล) ของเรา เราก็สามารถนำเงินที่มีในบัญชีมาใช้จ่ายต่อได้ โดยเมื่อเรามีเงินในบัญชี PayPal(เพย์พาล) แล้วการชำระเงินต่าง ๆ ทาง PayPal(เพย์พาล) จะตัดเงินที่มีในบัญชี PayPal(เพย์พาล) แทน การตัดเงินจากบัตรเครดิต (หากในบัญชี PayPal(เพย์พาล) ของเราไม่มีเงินอยู่ในบัญชี เลย ทาง PayPal(เพย์พาล) ถึงจะตัดเงินจากบัตรเครดิตของเราแทน ครับ)

PayPal(เพย์พาล) เป็นธนาคารออนไลน์ ที่มีระบบชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือจากทั่วโลก และ
เป็นที่ยอมรับในตลาดระดับสากลว่าเป็นระบบที่มี ลูกค้าเข้าใช้งานมากที่สุดในโลก

PayPal(เพย์พาล) ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และถูกเข้าซื้อกิจการโดย eBay(อีเบย์) ในปี 2002 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง San Jose รัฐแคลิฟอร์เนียในปี 2007 PayPal(เพย์พาล)จัดตั้งสำนักงานใหญ่สากลและศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นในประเทศสิงคโปร์

อ้างอิงภาพจาก tiptechno.blogspot.com

ทำความรู้จักกับ eBay(อีเบย์)

20742v3-max-250x250

eBay(อีเบย์) คือ ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีผู้คนเข้าซื้อสินค้าในเว็บไซต์ eBay(อีเบย์) มากกว่า 100 ล้านคน จากประเทศต่างๆ ทั่วโลก อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย อังกฤษ และยุโรป ซึ่งเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูงอันดับต้น ๆของโลก ในเว็ปไซต์ eBay(อีเบย์) มีสินค้าที่คุณสามารถเลือกซื้อได้แทบทุกชนิดจากคนขายทั่วโลก และสิ่งที่ดึงดูดใจผู้ซื้อให้เข้ามาซื้อสินค้าในเว็ปไซต์ eBay(อีเบย์)มากที่สุดก็คือราคา คุณสามารถซื้อของจากคนขายที่มีอยู่ทั่วโลกผ่านทาง eBay(อีเบย์)ได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดหรือห้างสรรพสินค้า

หลักการทำงานของ eBay(อีเบย์)คือ ผู้ขายนำสินค้ามาลงประกาศขายในเว็บไซต์ eBay(อีเบย์)เพื่อให้คนอื่น(ผู้ซื้อ)มาซื้อสินค้าหรือเข้าประมูลสินค้าชิ้นนั้นโดยผู้ขายจะตั้งราคาเริ่มต้นเอาไว้ เพื่อให้คนที่สนใจเข้ามาร่วมประมูล โดยกำหนดเวลาจบเอาไว้ เมื่อสิ้นสุดการประมูล ใครที่ให้ราคาสูงที่สุดก็จะได้เป็นเจ้าของสินค้าชิ้นนั้นไป ผู้ซื้อจ่ายเงินค่าสินค้ารวมกับค่าขนส่งสินค้าให้กับผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้รับเงินแล้วก็ดำเนินการจัดส่งสินค้าให้กับผู้ซื้อตามที่อยู่ของผู้ซื้อที่ได้แจ้งเอาไว้แล้ว หลังจากนั้นผู้ซื้อและผู้ขายก็ให้แต้มกันและกัน (Feedback) ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกว่าผู้ขายคนนั้นมีความน่าเชื่อถือแค่ไหนถ้าแต้มบวกเยอะแปลว่าคนนี้เป็นผู้ขายที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่โกง ส่งของเร็วตรงตามเวลา ผู้ซื้อสามารถอ่านคำติชม ที่ผู้ซื้อคนอื่นๆ ได้เขียนเอาไว้ eBay(อีเบย์) เก็บค่าธรรมเนียมในการเอาของมาประกาศขาย ถ้าขายของได้ก็เก็บค่าธรรมเนียมตามเปอร์เซ็นต์ของราคาที่ขายได้ ส่วนคนซื้อไม่เสียค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากค่าสินค้าที่ซื้อกับค่าขนส่งสินค้าที่ผู้ขายได้ระบุเอาไว้ในรายละเอียดของสินค้าอยู่แล้ว

                             โฉมหน้าของ Pierre Omidyar ผู้ให้กำเนิด eBay(อีเบย์)

eBay(อีเบย์) จัดตั้งโดย Pierre Omidyar ในปี 1995 ซึ่งเริ่มจากการเขียนโปรแกรมขึ้นมาเพื่อใช้บนเว็บไซต์ส่วนตัวเพื่อที่จะช่วยแฟนสาวกับนักสะสมของคนอื่นแลกขายของกันบน internet เรียกว่า AuctionWeb หลังจากนั้นได้เป็นที่นิยมเพิ่มขึ้น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น eBay ในปี 1997

อ้างอิงภาพจาก

http://www.crunchbase.com/person/pierre-omidyar

 

แบบฟอร์มลงทะเบียน เข้าร่วมสัมมนา ebay

 กรุณาระบุ วัน และช่วงเวลาที่ต้องการจองที่นั่งเข้าฟังสัมมนา ด้วยครับ

(แต่ละรอบของการสัมมนา รับจำนวนจำกัด เพียง 100 ท่านเท่านั้น!!)

*ชื่อ (ภาษาไทย)

*นามสกุล (ภาษาไทย)

*เบอร์ติดต่อ (มือถือ)

*อีเมลของท่าน

เพศ

อายุ  ต่ำกว่า 30 ปี 30-40ปี 40-50ปี 50ปีขึ้นไป

อาชีพ  ธุรกิจส่วนตัว พนักงานบริษัท รับราชการ นักเรียน/นักศึกษา อื่นๆ

*รอบสัมมนาที่ต้องการเข้าฟัง

*สถานที่อบรมสัมมนา

ท่านทราบข่าวการสัมมนาจากที่ใด :

ทราบข่าวการสัมมนาจาก เว็ปไซต์

ชื่อผู้แนะนำ(ถ้ามี)

ความตั้งใจในการเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้เพื่อ
** หรือต้องการลงทะเบียนเข้าฟังมากกว่า 1 ท่าน สามารถเพิ่ม รายชื่อ-นามสกุล อีเมล์ และเบอร์มือถือ แต่ละท่านในช่องนี้ได้เลยครับ **

กรุณากรอกรายละเอียดของท่านให้ครบถ้วน

หรือจองร่วมสัมมนาทางโทรศัพท์ได้ที่ 089-104-3295

ขอบคุณครับ